INSPO

Scent & Space

กลิ่น เป็นสัมผัสที่ทรงพลังที่สุดในบรรดาประสาทสัมผัสทั้งห้า เราตอบสนองต่อกลิ่นและสร้างความพึงใจต่อมนุษย์คนอื่นมากพอๆกับรูปร่างหน้าตา ในเรื่องของสเปซก็เช่นกัน นอกจากพื้นที่ที่พอเหมาะพอเจาะและการตกแต่งที่สวยงามแล้ว กลิ่นยังมีส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์บรรยากาศที่น่าอยู่ รวมไปถึงการสร้างบุคลิกเฉพาะตัวให้กับพื้นที่นั้นๆ เหมือนกับสัตว์หลายชนิดที่ใช้กลิ่นจากฟีโรโมนในการกำหนดอาณาเขต เราเองก็สามารถสร้างอาณาเขตของพื้นที่แห่งความสุขและรื่นรมย์ส่วนตัวของเราได้ด้วยการเลือกกลิ่นหอมที่ชื่นชอบและเหมาะกับแต่ละพื้นที่ ซึ่งนอกจากจะส่งเสริมคาแรคเตอร์ของสเปซบ่งบอกตัวตนของผู้เป็นเจ้าของแล้ว ยังสร้างเสน่ห์เชื้อเชิญแขกผู้มาเยือนเป็นการต้อนรับที่ชวนประทับใจเมื่อแรกเดินเข้ามา ด้วยสัมผัสแห่งกลิ่นหอมที่มาพร้อมกับภาพของสเปซที่สวยงามอีกด้วย

การสร้างกลิ่นให้กับแต่ละพื้นที่นั้น เบื้องต้น เราจำเป็นที่จะต้องกำจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกไปเสียก่อน การใช้กลิ่นหอมกลบกลิ่นเหม็นไม่ใช่คำตอบที่ดี เพราะการทำแบบนั้นอาจจะให้ผลลัพธ์ที่ตรงกันข้าม คือได้กลิ่นใหม่ที่อาจจะเหม็นตลบอบอวลยิ่งกว่าเดิม ขั้นแรกควรหาสืบต้นตอของกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ก่อนว่ามาจากที่ไหน ไม่ว่าจะเป็น ขยะในถึงที่หมักหมมไว้หลายวัน ซากสัตว์ที่อาจจะตกไปตายในซอกต่างๆ กลิ่นเหม็นอับจากเฟอร์นิเจอร์ พรม ผ้าม่าน หรือผ้าที่สุมไว้ในตะกร้า ฯลฯ จัดการเคลียร์ต้นตอของกลิ่นออกไปเสีย แล้วทำความสะอาดพื้นที่นั้นๆ เปิดประตูหน้าต่างรับแสงแดด ให้ลมพัดระบายอากาศเสีย จนกลิ่นไม่พึงประสงค์เหล่านั้นหายไป

ลำดับต่อไปคือการเติมกลิ่นใหม่ที่เราต้องการลงไปในสเปซ ด้วยกลิ่นหอมที่เราชื่นชอบ ซึ่งไม่ใช่แค่ฉีดน้ำยาปรับอากาศพ่นไปทั่วห้องแล้วจบ QoQoon แนะนำ 8 วิธีง่ายๆ ในการสร้างอาณาเขตแห่งกลิ่นหอมให้กับพื้นที่แต่ละส่วนในบ้านของคุณให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม เพราะเรื่องของกลิ่น ‘หอม’ ของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน

ดอกไม้ในแจกัน

1. ดอกไม้ในแจกัน

วิธีแรกที่ทำได้ง่ายๆ คือ การจัดดอกไม้ใส่แจกัน เชื่อว่าแทบทุกคนต้องชอบความสวยงามและกลิ่นหอมของดอกไม้กันทั้งนั้น เพียงเลือกแจกันที่ชอบ หาดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมมาจัดใส่ลงไปในแจกันตั้งไว้ตามมุมต่างๆของบ้าน นอกจากจะเป็นการสร้างความสดชื่นให้กับสายตาแล้ว กลิ่นหอมของดอกไม้ก็ชวนให้สดชื่นได้ไม่แพ้กัน ไม่จำเป็นต้องเปิดตำราจัดดอกไม้ที่ไหน แค่ตัดดอกไม้หอมในสวน ดอกไม้ไทยอย่าง พุดซ้อน มะลิ กุหลาบพวง ให้กลิ่นหอมมาก กำๆแล้วปักลงไปในแจกันใบโปรด จัดทรงพุ่มนิดหน่อย แค่นี้ห้องก็จะอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้สวยๆ ถ้ามีเวลาว่าง การออกไปเดินเลือกซื้อดอกไม้ทั้งไทยและเทศตามตลาดหรือสวนต่างๆ ยังสร้างกิจกรรมที่รื่นรมย์ขึ้นมาได้อีกหนึ่งอย่าง

2. เทียนหอม

หลายคนคงชื่นชอบการจุดเทียนหอมเพื่อสร้างกลิ่นหอมให้กับบ้าน ซึ่งนอกจากฟังก์ชั่นหลักคือให้กลิ่นหอมแล้ว แสงเทียนโดยเฉพาะในเวลาค่ำคืนยังสร้างบรรยากาศให้อบอุ่น cozy ไปจนถึงโรแมนติก การจุดเทียนหอมไว้ตามมุมต่างๆของบ้านจะช่วยทำให้สเปซนั้นดูมีมิติเพิ่มมากขึ้นนอกเหนือไปจากกลิ่นหอมที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย เทียนหอมนี้มีมากมายหลายกลิ่นหลายยี่ห้อ ซึ่ง AQUAI DI PARMA เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่มีกลิ่นหอมให้เลือกมากมาย

3. เตาน้ำมันหอมระเหย

การใช้น้ำมันหอมระเหย หรือ Aroma Therapy Essential Oil มีหลายวิธี แต่ที่นิยมแพร่หลายคือการใช้เตาเผา วิธีการเผานี้ไม่ได้เผาหรือต้มโดยตรง แต่จะใช้น้ำเป็นสื่อ โดยการใส่น้ำและหยดน้ำมันหอมระเหยเล็กน้อยผสมลงไปบนเตา แล้วจุดไฟด้านล่างเพื่อให้ความร้อน ไอน้ำจะเป็นตัวช่วยพากลิ่นของน้ำมันหอมระเหยกระจายออกไป วิธีนี้อาจจะต้องดูทิศทางลมที่พัดผ่าน และต้องคอยระวังอย่าปล่อยให้น้ำแห้งขณะไฟติด เพราะจะทำให้เกิดคราบบนเตา และทำให้กลิ่นผิดเพี้ยนเมื่อใช้ครั้งต่อไป รวมไปถึงเรื่องไฟ ไม่ควรจุดเทียนทิ้งไว้ขณะที่ไม่มีคนดูแล แต่ปัจจุบันนี้เตาก็ได้พัฒนาขึ้นมาหลายรูปแบบ อย่างเตาเซรามิกของ Karma Kamet ที่มีที่ใส่เทียนแบบกระบอกสูงอีกทีหนึ่งซึ่งมีความปลอดภัยมากขึ้น

4. กระปุกเครื่องหอม

Potpourri คือส่วนผสมระหว่างกลีบดอกไม้และเครื่องเทศหลากหลายชนิดเพื่อให้มีกลิ่นหอม ใส่ไว้ในกระปุก ปัจจุบันมีทั้งกระปุกเซรามิก กระปุกแก้ว ไปจนถึงกระป๋อง Traditional Asian Heritage Potpourri จาก Karma Kamet เป็นเครื่องหอมที่ผ่านกรรมวิธีอบร่ำแบบดั้งเดิมกับน้ำมันหอมเข้มข้นจากดอกไม้และพืชพรรณ ใช้สำหรับวางประดับในถาดสวย หรือแบ่งใส่ถุงผ้า แขวนในตู้เสื้อผ้าหรือห้องน้ำ เพื่อความหอมยาวนาน 2-3 เดือน

5. ถุงใส่เครื่องหอม

การใช้ถุงหอมเป็นวิธีการดับกลิ่นแบบดั้งเดิมที่มีมาแต่โบราณ โดยเฉพาะแถบเอเชียเรา นิยมใช้พวกดอกไม้แห้งหรือไม้หอมต่างๆ ใส่ลงไปในถุงผ้าทำเป็นถุงบุหงาแขวนไว้ในพื้นที่ต่างๆ เป็นวิธีที่ง่าย เพราะเพียงแขวนหรือใส่ไว้ในพื้นที่ปิดที่เกิดกลิ่นอับได้ง่ายอย่าง ตู้เสื้อผ้า ลิ้นชัก กระเป่าเดินทาง หรือในรถยนต์ ก็สามารถช่วยลดกลิ่นอับ สร้างกลิ่นหอมได้ยาวนานถึง 2-3 เดือน Little India Perfume Sachet เป็นถุงหอมแบบดั้งเดิมที่ผลิตด้วยกรรมวิธีการหมักบ่มวัตถุดิบจากธรรมชาติ และน้ำมันหอมบริสุทธิ์เข้มข้นที่ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชนชาติอินเดีย จาก Karma Kamet

6. ก้านไม้หอม

การกระจายกลิ่นหอมโดยใช้ก้านไม้ ซึ่งมีส่วนประกอบสำคัญ 2 ส่วน คือ ตัวน้ำหอม และก้านไม้กระจายกลิ่นที่ทำหน้าที่ดูดซึมน้ำหอมและกระจายกลิ่นหอมออกไปในอากาศ ทำมาจากไม้ที่มีคุณสมบัติดูดซับน้ำได้ดี ส่วนตัวน้ำหอมจะบรรจุมาในภาชนะหลากหลายรูปทรงและดีไซน์ ปัจจุบันมีให้เลือกมากมายตามสไตล์ที่เหมาะกับการตกแต่งบ้าน อย่างขวดแก้วโปร่งใสทรงสวย Star Diffuser ของ Vuudh Accessories จาก Harnn ที่เป็นทั้งตัวสร้างกลิ่นและของตกแต่งบ้านไปในตัว

7. เครื่องกระจายกลิ่นหอม

เครื่องกระจายกลิ่นหอม หรือ Diffuser นั้นมีหลายรูปแบบ เป็นการสร้างกลิ่นด้วยการกระจายกลิ่นจากน้ำมันหอมระเหย เพียงหยดน้ำมันหอมระเหยลงไป แล้วเปิดเครื่องใช้งาน กระจายกลิ่นออกไปได้ในวงกว้างและได้กลิ่นที่ติดทนตลอดทั้งวัน เหมาะกับใช้ในพื้นที่กว้างๆ เช่น Vuudh Cloud Diffuser จาก Harnn

8. สมุนไพรหอม

การต้มสมุนไพรและเครื่องหอมต่างๆ คือ Aroma Therapy แบบดั้งเดิม ซึ่งเหมาะกับคนที่ไม่ชอบสิ่งสังเคราะห์ และชื่นชอบในวิถีดั้งเดิมแบบ Old School เพียงใส่เครื่องหอมกลิ่นที่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเทศหรือสมุนไพร อย่าง ซินนามอน โรสแมรี่ ไธม์ หรือสมุนไพรไทยอย่างตะไคร้ ใบมะกรูด รวมไปถึงลูกไม้อย่างพวกซีทรัส หรือพืชตระกูลส้ม มะนาว มะกรูด ลงไปต้มในน้ำเดือดสักสามนาที แล้วลดเป็นไฟอ่อน ให้กลิ่นหอมสดชื่นโชยอบอวลไปทั่วทั้งบ้าน หมั่นเช็คระดับน้ำทุก 20-30 นาที สามารถเติมน้ำและสมุนไพรต่างๆได้เรื่อยๆตามความต้องการ

Story & Photos: Whisky Markdee, Titima C.

Share