Let’s Go Outside

Editor's Letter

Let’s Go Outside

เราต่างเคยได้ยินกันมาว่า การได้อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติในพื้นที่สีเขียวเปิดโล่งนั้นส่งผลดีต่อสุขภาพจิต ซึ่งไม่ใช่คำกล่าวลอยๆ หรือใช้ความรู้สึกในการตัดสิน เพราะก่อนหน้านี้ไม่นานเคยมีผลสำรวจจากการสุ่มตัวอย่างในอังกฤษว่า การใช้เวลาอยู่ในพื้นที่เปิดโล่งสีเขียว ไม่ว่าจะเป็นทุ่งหญ้า ป่าเขา หรือสวนสาธารณะ อย่างน้อย 2 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ส่งผลให้มีสุขภาพที่ดีและมีความสุขมากขึ้น

ซึ่งหลังจากสองชั่วโมงแรกแล้ว ผลตอบแทนจะลดน้อยถอยลงและหมดลงเมื่อเวลาผ่านไป 5 ชั่วโมง ซึ่งส่งผลอย่างเท่าเทียมกับมนุษย์ทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพปกติหรือเจ็บไข้ได้ป่วย ดังนั้น เราไม่จำเป็นต้องวิ่งจ็อกกิ้่งหรือไฮกิ้ง แค่นั่งนิ่งๆก็ส่งผลต่อสุขภาพได้เหมือนกัน เขาถึงบอกว่า เวลาป่วยอย่าเอาแต่นอนซมอยู่ในห้อง ให้ออกไปรับอากาศบริสุทธิ์ข้างนอกเสียบ้าง นอกเหนือจากการเยียวยาตามกระบวนการทางการแพทย์ไม่ว่าจะเป็นสภาวะป่วยทางกายหรือทางใจ ใบสั่งยาสีเขียว หรือ Green Prescription ซึ่งไม่ว่าจะเป็นการฟังเสียงคลื่น กลิ่นหอมของใบไม้ใบหญ้า หรือการชื่นชมรูปทรงของก้อนเมฆ ล้วนแต่เป็นตัวยาที่ไม่ต้องซื้อหา แต่รักษาได้ทั้งกายใจ ซึ่งอันที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ ผู้คนในยุควิคตอเรียนรักษาอาการเศร้าโศกด้วยลมทะเล ส่วนชาวฝรั่งเศสก็ส่งคนไข้ไปน้ำพุธรรมชาติเพื่อรักษาตัว

พูดถึงเรื่องกลิ่นของใบไม้ใบหญ้าแล้ว มีอีกกลิ่นหนึ่งซึ่งติดอยู่ในความทรงจำส่วนตัวของผม คือกลิ่นดินหลังฝนตกพรำๆ เป็นกลิ่นหอมประหลาดที่ได้กลิ่นแล้วให้ความรู้สึกชุ่มฉ่ำแบบบอกไม่ถูก จำไม่ได้ว่าได้กลิ่นนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ รู้แต่ว่าไม่ได้กลิ่นนี้มานานมาก นานจนเกือบจะลืมไปแล้ว บางคนอาจจะไม่เคยได้กลิ่นและจินตนาการถึงกลิ่นนี้ไม่ออกเลยก็ได้ โดยเฉพาะคนที่อาศัยอยู่ในตึกของเมืองใหญ่มาตั้งแต่เกิด เพราะทุกวันนี้หาผืนดินในเมืองแทบจะไม่มีแล้ว แทบทุกตารางนิ้วถูกเททับด้วยคอนกรีตเกือบหมด หลังฝนตกเราจึงได้แต่กลิ่นขยะเปียกหรือกลิ่นท่อที่เอ่อมาพร้อมกับน้ำ(รอการระบาย) ถ้าอยากได้กลิ่นดินจริงๆ ก็คงต้องออกไปตามหากันนอกเมืองแล้วล่ะ

นอกจากสีเขียวแล้ว สีฟ้าส่งผลกับจิตใจไม่แพ้กัน หรือในบางกรณีอาจจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ เพราะมีงานวิจัยยืนยันออกมาแล้วว่า การได้อยู่ใกล้กับน้ำ ไม่ว่าจะเป็นชายฝั่งทะเล ริมแม่น้ำ หรือแม้แต่น้ำพุในสวนสาธารนะ ล้วนมีผลกับสุขภาพกายและใจเป็นอย่างมาก ช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจ ลดการหลั่งฮอร์โมนความเครียด รวมไปถึงความดันโลหิต

QoQoon ขอเชิญชวนให้คุณออกไปตามหาพื้นที่สีเขียวและสีฟ้ากัน เนื่องจากช่วงนี้ของปีถือว่าเป็นช่วงเวลาเหมาะที่จะออกไปสัมผัสกับธรรมชาติและอากาศภายนอก เพราะหมดหน้ามรสุม เป็นช่วงปลายฤดูฝนก้าวเข้าสู่ต้นฤดูหนาว ที่ถึงจะไม่หนาวสมกับชื่อฤดูหนาว แต่อย่างน้อยก็ไม่ร้อนจนละลายลงไปกองกับพื้นถนนเหมือนช่วงต้นปี หนีจากความวุ่นวายอึกทึกในเมือง ออกไปรับยาจากธรรมชาติที่จะช่วยเยียวยาร่างกายและจิตใจที่ถูกใช้งานมาหนักเกือบทั้งปี ใครมีบ้านพักตากอากาศก็ถือว่าโชคดีไป แต่ถ้าไม่มีไม่เป็นไร ประเทศไทยยังมีธรรมชาติมากมายให้ออกไปค้นหา ใครสะดวกแบบไหนก็ไปหาแบบนั้น จะเป็นรีสอร์ตหรู โฮมสเตย์ หรือแคมปิ้งผจญภัยผาดโผนแค่ไหนก็แล้วแต่จริต หรือว่าจะตีตั๋วบินข้ามทวีปไปโผล่กลางทุ่งหญ้าสะวันนา วิ่งเล่นกับเสือชีตาห์ หรือเต้นระบำกับชาวอะบอริจินก็ฟังดูไม่เลว ไม่ต้องมานั่งเถียงกันกับคำถามคลาสสิกที่ว่า “เที่ยวภูเขา หรือทะเล?” เพราะชีวิตกลางแจ้งท่ามกลางธรรมชาติแบบไหน ล้วนส่งผลดีกับกายใจทั้งนั้น จะไปวิ่งข้ามเขาตะโกนร้องเพลง The Sound Of Music หรือแค่นั่งโง่ๆริมทะเล ก็ยังได้

ปะ…ออกไปข้างนอกกัน! 

Wachirapanee Whisky Markdee
Editor In Chief

Share