Design
The Art Of Sound
ประสาทสัมผัสทั้งห้าไม่ได้ทำหน้าที่โดดๆ ในทางจิตวิทยาของมนุษย์ หากมีสัมผัสอื่นมาช่วยกระตุ้นกับอีกสัมผัสหนึ่ง จะเป็นการเพิ่มสุนทรียภาพและมิติแห่งการรับรู้ของแต่ละสัมผัสไปพร้อมๆกัน และคงจะดีไม่น้อยถ้ามีภาพศิลปะที่ส่งเสียงได้อย่างไพเราะออกมาพร้อมกัน แล้วมันจะดีแค่ไหนเมื่อ 10 ศิลปินชั้นนำของไทยได้นำผลงานของตัวเองมาถ่ายทอดลงบนเครื่องเสียงที่เป็นเหมือนงานประติมากรรม
ลำโพง Beosound A9 เป็นลำโพงรุ่นคลาสสิกของ B&O ออกแบบโดย Øivind Alexander Slaatto ด้วยการรวมเอารูปลักษณ์และเสียงเข้ามาไว้เป็นหนึ่งเดียว เหมือนประติมากรรมสักชิ้น ซึ่งสามารถ customise ได้ตามความต้องการ ทั้งสีของตัวลำโพง ขาตั้ง และหน้ากากลำโพง โดยตัวหน้ากากนี้ จะเลือกพิมพ์ลวดลายตามใจผู้เป็นเจ้าของ โดยเลือกลายที่ตัวเองชอบ แล้วทำการพิมพ์ลายนั้นลงบนผ้าคลุมลำโพงวัสดุพิเศษเฉพาะของ B&O ซึ่งในโอกาสครบรอบ 10 ปี ของลำโพงรุ่น Beosound A9 B&O Thailand ได้มีโปรเจ็กต์พิเศษฉลอง 10 Years Anniversary ด้วยการเชิญศิลปินชั้นนำของเมืองไทยจำนวน 10 คน มาร่วมออกแบบหน้ากากลำโพงรุ่นคลาสสิกนี้เป็น Limited Edition 10 ลายด้วยกัน โดยมี อรนลิน โลจนะโกสินทร์ ทำหน้าที่เป็น curator ของโปรเจ็กต์นี้ ซึ่งเธอให้เหตุผลในการเลือกศิลปินในงานนี้ว่าเลือกจากสไตล์ของแต่ละคนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างกันออกไป เพราะต้องการความหลากหลายของผลงาน
QoQoon จึงทำการต่อสายตรงถึงศิลปินทั้งสิบ เพื่อให้มาบอกเล่าถึงที่มาที่ไปและความหมายที่ซุกซ่อนอยู่ในผลงานออกแบบของแต่ละคน
The Silent Symphony
“งานชิ้นนี้ใช้การวาดมือด้วยเทคนิค engraving แล้วนำไปสแกนและลงสีต่อในคอมพิวเตอร์ ส่วนแรงบันดาลใจ The Silent Symphony คือการหยิบนำเอาสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกันแต่เมื่อมาอยู่ด้วยกันแล้วลงตัว ก็คือดอกไม้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ใครๆก็ชอบ และตั้งอยู่ที่ไหนก็ทำให้บรรยากาศสดชื่น ในขณะเดียวกัน ก็มีแมลงตัวเล็กตัวน้อยซึ่งเป็นสิ่งที่คนไม่ได้สนใจ แต่จริงๆแล้ว แมลงมีความสัมพันธ์กับทุกชีวิตบนโลก ถ้าไม่มีแมลง ระบบนิเวศก็จะพังลง ในตัวดอกไม้จะมีสีสันสดใส แต่พื้นหลังเป็นโทนเย็นที่ cool down เป็นความแตกต่างที่อยู่ด้วยกันแล้วกลมกล่อม เหมือนเป็นบทเพลง ท่วงทำนองของธรรมชาติที่มีความแตกต่างหลากหลาย แต่ทุกสิ่งมีความสำคัญเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะรูปลักษณ์สวยหรือไม่สวย มีสีสันโทนๆก็ตามก็อยู่ด้วยกันได้ และอาจทำให้เราได้ฉุกคิดถึงการมองให้ลึกซึ้งกว่ารูปลักษณ์ภายนอก แมลงพวกนี้ยังมีที่มาจากหลากหลายความเชื่อของหลายๆประเทศว่า เป็นตัวนำโชคดี สัญลักษณ์แห่งความสุขมั่งคั่ง ก็น่าจะเหมาะกับลำโพงที่ตั้งในบ้าน ก็เหมือนกับการอวยพรให้ผู้ครอบครอง”
Pluto’s feelings (ความรู้สึกของดาวพลูโต)
“แรงบันดาลใจสำหรับงานชิ้นนี้มาจากดาวพลูโตที่ห่างไกลจากโลก ระยะทางและการเดินทางของเสียง ด้วยรูปทรงของลำโพงทำให้นึกถึงยานอวกาศในจินตนาการที่มี 3 ขา คิดถึงเรื่องความเป็นไปของดาวต่างๆ ที่เคยเล่าให้ลูกฟัง และคิดไปถึงเรื่องของอวกาศที่เวิ้งว้างกว้างใหญ่มหาศาล ที่พอเทียบกับตัวเราแล้วเราตัวเล็กมากเลย ความวุ่นวายต่างๆ ที่มีในโลกนี้ทำให้เราอยากไปโฟกัสกับความสงบ ซึ่งไม่ได้แปลว่าความเงียบ แต่คือการได้อยู่กับตัวเอง การฟังเพลงที่เราชอบก็เช่นกัน โดยปกติเราก็ฟังเพลงทุกวันอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นตอนอยู่บ้าน ขับรถ เวลาฟังดนตรีถ้าเราฟังในที่ๆ สภาพแวดล้อมมันได้ ก็จะมีความพิเศษเฉพาะของมันเสมอ ผมไม่ได้จำกัดว่าการฟังเพลงต้องอยู่ในที่เงียบๆ แต่การผสมผสานกับเสียงของสิ่งแวดล้อมน้ันๆ เช่น เสียงลูก เสียงคนรอบตัว จะทำให้มันพิเศษยิ่งขึ้น ที่เลือกภาพนี้ก็เพราะเป็นภาพที่เหมือนว่ากำลังตั้งใจฟังบางสิ่งบางอย่าง ตั้งใจโฟกัสและใช้ความคิด นึกถึงเสียงที่ละเอียดที่สุดและค่อยๆ แผ่วเบากลายเป็นความว่างเปล่า”
My Dear Nightingale
“เนื่องจากตอนที่รับบรีฟมาคือให้ถ่ายทอดความเป็นตัวเราออกไปได้อย่างเต็มที่ ดังนั้นแรงบันดาลใจของการออกแบบจึงทำในสไตล์ที่เราถนัดและเป็นเรื่องราวที่เราชอบอยู่แล้ว คือภาพ portrait ของผู้หญิงที่แสดงสีหน้าบางอย่าง โดยส่วนตัวแล้วการทำงาน อยากให้คนที่มาเห็นชิ้นงานของเราสัมผัสได้ถึงเรื่องราวบางอย่างที่สามารถคิดต่อไปได้ ใส่รายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่อยู่รอบตัวเรา เนื่องจากเป็นลำโพง จึงเลือกใส่ภาพนกไนติงเกลที่เคยได้ยินว่าเป็นหนึ่งในนกที่ร้องเพลงได้เพราะที่สุดและมีเสียงหลากหลายโทน มีจุดเด่นที่แผงคอสีฟ้าสวยงาม ส่วนตัวขาลำโพงอยากให้เป็นสีไม้ธรรมชาติเพื่อให้มีความมินิมัล คลาสสิก การกลับไปสู่ธรรมชาติและเข้ากับภาพที่อยากสื่อออกมา ซึ่งเทคนิคที่ใช้คือวาดมือด้วยสีน้ำมันล้วนๆ และให้ช่างภาพถ่ายรูปให้ เป็นการทำงานแบบ manual 100% คือไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยเลยและใช้ระยะเวลาทำค่อนข้างนานเพื่อให้ผลงานออกมาแล้วเราพอใจที่สุด”
The Instrument
องค์ประกอบของเสียงและรายละเอียดอันงดงามของเครื่องดนตรีหลากหลายชนิดมาสอดประสานเป็นชิ้นเดียวกัน คือไอเดียหลักในผลงานของ โอ ธีรวัฒน์ “โจทย์ที่ให้มาคือหน้ากากลำโพง A9 ซึ่งเป็นลำโพงขนาดใหญ่และมีเฟรมเป็นวงกลม เนื่องจากมันเป็นลำโพง ผมเลยนึกถึงเรื่องของเสียง นึกถึงเสียงที่เราชอบว่ามันมีอะไรบ้าง ทีแรกก็จะไปเป็นแอ็บสแตร็กเลย แต่สุดท้ายก็กลับมาที่เรื่องเบสิกที่สุด คือเสียงเครื่องดนตรี เพราะเป็นเสียงที่ตัวเองชอบ นึกถึงเครื่องดนตรีคลาสสิกที่ทำให้เกิดเสียง ซึ่งถ้ามองในแง่ของดีไซน์ ดีเทลที่ทำให้เกิดเสียงต่างๆของเครื่องดนตรีมันสวยงาม อย่างทรัมเป็ตที่เป็นแมคคานิกมีข้อต่อต่างๆที่สวยงาม การเรียงตัวของสายกีตาร์และช่องที่ทำให้เกิดเสียง หรือดีเทลต่างๆของขอบกลอง คือผมพยายามหาเครื่องดนตรีที่มีความโค้งเข้ากับลำโพงที่เป็นทรงกลม โดยนำมาคอมโพสให้ดีเทลของเครื่องดนตรีแต่ละชนิดมันสอดคล้องพันกันไปพันกันมา เกิดเป็นเครื่องดนตรีชิ้นใหม่ งานชิ้นนี้เลยชื่อว่า The Instrument ซึ่งงานนี้ต้องวาดใหญ่กว่าต้นฉบับ เพื่อให้งานมันละเอียด เป็นลายเส้น Digital Drawing & Painting ซึ่งเป็นสไตล์ส่วนตัวที่ชอบทำ คืองานที่มีความซับซ้อน มีดีเทลพันกันไปมา เหมือนยุ่งเหยิง แต่มีองค์ประกอบของมันอยู่ มีการสอดประสานที่รับกัน งานนี้ต้องคอมโพสหลายรอบเพื่อให้เครื่องดนตรีทั้งหมดมันสอดอยู่เป็นชิ้นเดียวกันได้ สไตล์การทำงานของผมจะทำงานแบบนักออกแบบมากกว่าทำงานแบบอาร์ติสต์ คือทำงานตามโจทย์ ผมไม่สามารถจะปล่อยใจทำอะไรก็ได้ สุดท้ายผมมีความเป็นคอมเมอร์เชียล แต่จะใส่ความเป็นศิลปะเต็มที่ในแบบของเรา อยากให้ลูกค้าอิ่มเอม และเราก็อิ่มเอมไปด้วย”
Colourful of Peace & Harmony
ศิลปินแนวสตรีทอาร์ตที่เริ่มจากการทำกราฟฟิตี้และกลายมาเป็นชิ้นงานศิลปะหลากหลายรูปแบบ ที่มีลายเซ็นแบบกวนๆ เฉพาะตัวอย่างเด่นชัด “สไตล์ของผมเรียกได้ว่าเป็นแนวสตรีท ที่ใส่ความเป็นกราฟิกลงไปด้วย สำหรับแรงบันดาลใจของการออกแบบลำโพงให้ B&O ในครั้งนี้คือเมื่อได้โจทย์มาเป็นทรงกลม ผมก็มองว่ายังอยากให้เหลือพื้นที่ว่างในส่วนของตัวพื้นผิววัสดุ ก็เลยออกมาเป็นการวาดสัญลักษณ์ PEACE แล้วก็เอาหัวใจเอาความเป็นกราฟฟิตี้ใส่ลงไปในนั้น ประมาณว่าดนตรีฟังแล้วอารมณ์สุนทรีย์เหมือนมีสีสันเข้ามาเพิ่มเติมในชีวิต เป็นหัวใจในการขับเคลื่อนเดินไปข้างหน้า เติมแต่งด้วย element ของความเป็นกราฟฟิตี้ มีสีสัน ซึ่งปกติเวลาทำงาน ผมอยากให้คนดูงานแล้วรู้สึกสนุก และผมก็สนุกกับการทำงานด้วยเลยมักจะใช้สีสันที่สดใส ด้วยความเป็นลำโพงที่คนจะเอาไปวางในบ้านก็อยากให้มันสื่อความหมายในเชิงบวก ที่ผ่านมามีหลายครั้งที่ผมได้เจอกับคนที่ซื้อชิ้นงานของผมไม่ได้มีแค่คนแนวๆ สไตล์สตรีทเท่านั้น แต่มีคนทั่วไปด้วยซึ่งผมคิดว่างานของผมน่าจะ fulfill บางอย่างในชีวิตของผู้คนเหล่านั้น”
"Property of ________"
ผลงานของกฤษดา ภควัตสุนทร หรือ โน้ต ชิ้นนี้แตกต่างจากงานของศิลปินอื่นตรงที่ สามารถ Personalize เป็นชื่อของผู้ซื้อ / ข้อความสั้นๆ / ลายเซ็น หรือ symbolic ส่วนตัวใดๆลงไปในภาพได้ โดยศิลปินจะเขียนไว้เป็นรอยสักที่ต้นคอของคนในภาพ ซึ่งต้นแบบของบุคคลในภาพนี้คือนายแบบที่มาจากการแคสติ้งแบบของโน้ต เมื่อครั้งที่เขายังทำงานเป็นแฟชั่นดีไซเนอร์ โดยในครั้งนี้โน้ตนำเอาภาพที่เป็นผลงานเดิมที่เป็นลายเส้นดรอว์อิ้ง ซึ่งวาดไว้เมื่อปี 2019 มา Edit ใหม่ “ผมอยากให้งานมันดูไม่มีเพศ ให้มองเป็นใครก็ได้ อาจจะมองให้เป็น LGBTQ ก็ได้ ก็เลยวาดต่างหูเติมลงไป ตัวคนในภาพนี้ก็สื่อถึงตัวผมเอง นึกถึงตอนที่อยู่เมืองนอก มีอยู่วันหนึ่งที่ผมมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วมีพายุหิมะ ซึ่งทำให้ทุกอย่างเป็นสีขาวโพลน ทั้งที่ก่อนหน้านั้นแค่วันเดียวมันยังเป็นสีสันและเต็มไปด้วยความสนุกสนานของผู้คนบนถนน แต่พอหิมะตกก็ทำให้ทุกอย่างกลายเป็นสีขาวดำ ภาพนี้ที่เป็นสีขาวดำจึงเหมือนตัวผมเองที่มองออกไปนอกหน้าต่างในวันนั้น มันเป็นโมเมนต์ที่อยากจะเก็บไว้ เป็นความรู้สึกเศร้า บอกไม่ถูก แต่ไม่ใช่ว่ารู้สึกไม่ดีนะ เพราะบางทีความเศร้ามันก็มีความงามอยู่ในนั้น”
Fortis-Sea-mo
“งานของผมมักเป็นสไตล์แอ็บสแตร็ค เป็นเรื่องเล่าในรูปแบบของความรู้สึก บางคนอาจใช้การจดบันทึกเรื่องราว แต่ผมใช้เส้นสาย สีสันแทนเนื้อหา อยากจดจำความรู้สึกที่เกิดขึ้นว่า ณ จุดนั้นความรู้สึกของเราเป็นอย่างไร มีอะไรมากระทบ ทำให้มีเรื่องราวแฝงอยู่ในงานชิ้นนั้นๆ สำหรับงานชิ้นนี้ ผมตีโจทย์ไปว่าเป็นเรื่องของเสียง พอคิดถึงเสียงอะไรที่เรารู้สึกกับมัน ก็เลยเป็นเสียงของธรรมชาติซึ่งเป็นเสียงที่มีพลังที่สุด และเป็นช่วงเวลาที่ผมไปทะเลกับครอบครัว ก็อยู่ในพื้นที่ของเสียงคลื่นลม ทะเล ดาว ปะการัง พระจันทร์ ก็เลยนำองค์ประกอบเหล่านี้มาดีไซน์และถ่ายทอดออกมาในแบบของแอ็บสแตร็ค ส่วนตัวขาที่ดีไซน์ออกมาแบบนี้เพราะเราเป็นคนเหนือ แต่ตัวลำโพงเราได้แรงบันดาลใจจากทะเล ซึ่งเราไม่อยากทิ้งความเป็นภาคเหนือไป ก็เลยนึกถึงชนเผ่าต่างๆ เครื่องประดับของชาวเขา แล้วนำมาทำให้ดูร่วมสมัยมากขึ้น ส่วนขาก็เหมือนเป็นขา เป็นที่มา และที่ยืนของเรา ส่วนตัวลำโพง ก็คือเรื่องราวที่เราพูดและสื่อออกไป แต่ก็สามารถหลอมรวมอยู่ด้วยกันได้”
"Formulaic Ripples"
สภาพแวดล้อมและชีวิตบนเกาะเต่าของคู่ศิลปิน นท และ ไซรัส เอื้ออำนวยให้เกิดจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน “ด้วยความที่ไซรัส ซึ่งเป็น visual artist เขาประจำอยู่ที่เกาะเต่า และนทเองก็ไปเยี่ยมบ่อย และมีโปรเจ็กต์ที่ทำที่เกาะเต่าเรื่องสิ่งแวดล้อมกับเด็กๆค่อนข้างเยอะ นทใช้สื่อศิลปะสื่อสร้างสรรค์เป็นตัวสอนเด็กๆที่เกาะเรื่องสิ่งแวดล้อม เราก็มีเวลาว่างและใช้เวลาที่เกาะค่อนข้างเยอะ ความที่บ้านไซรัสอยู่บนภูเขาริมทะเล ก็จะใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการมองดูทะเล เราก็สังเกตถึงเวฟฟอร์มที่มันเกิดขึ้นจากคลื่นน้ำ ไม่ว่าจะเป็น vibration จากเสียง vibration จากลม แล้วรู้สึกว่าอินสไปร์มากๆจากสิ่งนี้ เราก็เลยนำอินสไปเรชั่นนี้มาทำในโปรแกรม ซึ่งเป็นการ generate คลื่นเสียงที่เวลาโดนกับน้ำแล้วจะเกิดเป็นเวฟฟอร์มเป็น ripple ขึ้นมา แล้วก็แคปสกรีนช็อตเอามาพริ้นท์ลงบนผ้า แล้วนำมาเพ้นท์ต่อ โดยใช้สีที่มีความวิบวับ ทำให้ชิ้นงาน original มีความ pop up ขึ้นมา และมีความเป็น 3D ซึ่งพอนำสกรีนช็อตนี้มาวางบนลำโพงที่เป็นวงกลม ก็เห็นว่ามันมีความคล้ายกับฆ้อง ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีที่นทใช้ในการทำ Sound Meditation หรือกระทั่งตัว Beatle ที่เป็นแมลงเอง ก็ค่อนข้างสะท้อนความเป็นตัวตนของนทด้วย ตัวขาของลำโพง ใช้โครเชต์ถักขึ้นมาให้เป็น gradiant ซึ่งถ้ามองดีๆก็จะเห็นว่าเป็นลายคลื่นเหมือนกัน”
ในความคิดเห็นของนท เสียงกับ visual art มีความเกื้อกูลกันมากๆ “พองาน visual art มันมีเสียง มันทำให้งานดูมีมิติมากขึ้น vice versa ก็เช่นกัน อย่างตัวนทเองเริ่มต้นจากกการเป็นนักร้อง นักดนตรีมา นทก็ทำงานศิลปะด้วย งานทุกงานของนทเกี่ยวกับเสียงหมดเลย ซึ่งงานนทถ้าไม่ใช้ เสียง trigger visual ก็จะใช้ visual trigger เสียง มันเป็น relationship ที่เราให้ความสนใจและให้ความสำคัญมากๆ”
Double portraits
ผลงานที่สะท้อนจากตัวตนและชีวิตส่วนตัวของศิลปินรุ่นใหญ่อย่างศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี บนลำโพง B&O ชิ้นนี้ไม่ใช่ชิ้นแรก เดิมทีคุณศักดิ์วุฒิมีลำโพงรุ่นคลาสสิกนี้แล้วหนึ่งตัวและมีหน้ากากที่เป็นผลงานลายเส้น Self portrait เพราะเจ้าตัวเป็นลูกค้า B&O ที่ customized หน้ากากลำโพงรุ่นนี้ และเมื่อได้รับการทาบทามให้เข้าร่วมโปรเจ้กต์นี้ ก็ไม่ลังเลที่จะตอบรับทันที
“ชิ้นนี้ทำขึ้นมาใหม่เพื่องานนี้เลย เป็นเทคนิคลายเส้นดรอว์อิ้งขาวดำ คือจงใจเลยว่า เราจะทำขาสีดำ และดรอว์อิ้งขาวดำ รูปนี้จะออกมาเป็นขาวดำ ซึ่งรูปนี้เป็นรูปผมกับแฟน ผู้หญิงในรูปก็คือแฟนผม ก็เขียนไปเรื่อยๆ ตอนเขียนก็ไม่รู้จะออกมาเป็นยังไง ถ้าได้เห็นตั้งแต่แรกจะเห็นเลยว่าหน้าผู้หญิงก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ทีแรกไม่ใช่มุมนี้ แต่ผลสุดท้ายก็ไม่ได้ไกลไปจากที่เราคิดไว้ ตอนเขียนก็ไปรื้อรูปเก่าๆสมัยเด็กๆมานั่งดู ยังยึดติดอยู่กับอดีต (หัวเราะ)”
งานนี้คุณศักดิ์วุฒิใช้เวลาเขียนไม่งาน “ทีแรกคาดว่าจะเขียนอยู่หลายวัน แต่เอาเข้าจริงไม่ถึงวัน คือพอคิดว่าได้แล้วก็หยุดเลย คือผมเคยทำภาพประกอบ ซึ่งตอนทำภาพประกอบนี่ผมสนุกมาก มันไม่มีความกังวล มันไม่ต้องกลัวผิดกลัวถูก สิ่งนี้มันทำให้มีความสด มันไม่มีความคาดหวัง พอไม่คาดหวังแล้วมันก็ออกมาดี ตอนเขียนรูปนี้ก็ใช้อารมณ์นั้น คือตั้งใจเขียนเป็นภาพประกอบ ถ้าเกิดตั้งใจว่าจะทำงานศิลปะชั้นเลิศ มันจะเกร็ง ก็เลยทำแบบนี้ ทำแบบสบายๆ ได้แล้วก็หยุด ไม่แก้ เพราะถ้าแก้แล้วมันจะแข็ง มันจะผิด หลังๆผมพยายามไม่กำหนดอะไรในการทำงาน”
คุณศักดิ์วุฒิมองภาพสเปซที่จะวางลำโพงตัวนี้ว่า “มันจะเป็นเละๆกองๆ มันจะไม่มีการจัดวาง แต่จะไปรวมอยู่กับสิ่งอื่น มันจะมีความโดดเด่นด้วยตัวของมันเอง ไม่ว่าจะวางกองรวมอยู่กับอะไรมันก็จะโดดเด่นเอง อยู่ได้ และอยู่ได้ดี ผมเป็นคนแม็กซิมัม เป็นคนเยอะ อย่างของตัวเองตอนนี้ก็วางอยู่ใต้บันได ก็วางกองๆรวมๆกับอย่างอื่น ซึ่งมันก็อยู่ของมันได้”
Fields Of Joy
หลายคนอาจจะรู้จักคุณป๊อด ในฐานะนักร้องนำวงโมเดิร์นด็อก แต่ในแวดวงศิลปะแล้ว เป็นที่ทราบกันดีว่าคุณป๊อดเป็นศิลปินอีกคนที่มีผลงานเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นในเรื่องของงานแอ็บสแตร็ค ผลงานชิ้นนี้คือการเชื่อมต่อรูปทรงให้เกิดความเชื่อมโยงของโมเลกุลแห่งเสียงเพลงและสีสันแห่งความสุข “โจทย์แค่เรื่องของฟอร์มที่เป็นวงกลมและวัสดุที่ใช้ทำงาน ซึ่งเป็นการพริ้นท์ลงบนผ้าซึ่งเราไม่เคยทำงานลงบนวัสดุนี้มาก่อน แต่เรื่องสไตล์นี้ฟรีสไตล์ เทคนิคเพ้นท์สีอะครีลิกบนกระดาษ โดยเพ้นต์เป็นขนาดย่อ แล้วนำไปทำอาร์ตเวิร์ค ผมเลือกมาจากต้นแบบ 5 ชิ้น เอามาทำอาร์ตเวิร์ค เพื่อดูความเป็นไปได้ว่าชิ้นไหนในห้าชิ้นนี้ที่พิมพ์ลงบนผ้าของ B&O แล้วมีประสิทธิภาพสูงสุด สิ่งที่ยากกว่าปกติคือในห้าแบบนั้น เราต้องมาพิจารณาว่าแบบไหนที่ไปอยู่บนผ้าชนิดนี้แล้วสีและลวดลายไหนจะชัดเจนที่สุด สุดท้ายเลยเลือกตัวที่ Bold ที่สุด ซึ่งเลือกจากฟอร์มมากกว่าเนื้อหา โดยเลือกฟอร์มที่เข้ากับรูปทรงที่มีความโค้งมน เข้ากับ Object คือลำโพงตัวนี้ และเลือกสีที่มันค่อนข้างมินิมัล คือมี 2 สี อยากนำเสนอความเรียบง่าย ส่วนเรื่องราวก็แล้วแต่คนดู เพราะที่มาทำงานแอ็สแตร็คก็เพราะว่าอยากจะออกจาก meaning ออกจากเรื่องราว ความเหมือนของการทำงานเพลงกับทำงาน Fine Art คือ output ของความรู้สึกนึกคิดของเรา แต่มันใช้ medium คนละอย่าง อันนึงใช้ sound อันนึงใช้ visual ส่วนในเรื่องความต่างนั้น เวลาทำเพลงเราจะเล่าเรื่อง แต่เวลาเราทำงานแอ็บสแต็กเราออกจากเรื่อง พูดง่ายๆคือไม่เอาเรื่องราวเลย งานแอ็บสแตร็ค จึงเป็นเหมือนที่พักผ่อนทางจิตใจของเรา ไม่ต้องปรุงแต่งเรื่องราว ไม่ต้องค้นหาเหตุและผล เป็นพื้นที่อิสระให้กับตัวเรา”
“การได้ฟังเสียงที่ดีๆจากสปีกเกอร์ดีๆสักตัว ก็ถือว่าเป็นเรื่องพิเศษแล้ว แต่มันจะดีขึ้นไปอีกถ้ามันอยู่บน object ที่สวยงาม คือมันได้สุนทรียภาพประกอบกันทั้งภาพและเสียง ซึ่งคิดว่าลำโพงรุ่นนี้มันตอบโจทย์ในสองแง่นี้ได้ดีมาก เป็น Object ที่ให้สุนทรียศาสตร์ด้านความงามทางด้านสายตา เหมือนป็น Sculpture ด้วยตัวมันเอง แล้วก็ยังมีลวดลายอยู่บนนั้น แล้วให้เสียงด้วย เป็นงานศิลปะชิ้นหนึ่ง” คุณป๊อดกล่าวทิ้งท้าย
https://www.boonlapo.com/product/speaker-beosound-a9/
https://www.bang-olufsen.com/en/int/speakers/beosound-a9
Story: Wachirapanee Markdee, Titima C.
Still Life Photos: Tanapol Kaewpring