ตึกสีขาวหลังงามริมฝั่งแม่น้ำนครไชยศรี โดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเมื่อมองมาจากสะพานรวมเมฆ แต่กลับอยู่ร่วมกับทิวทัศน์บริเวณโดยรอบได้อย่างไม่เคอะเขิน บรรยากาศอบอุ่นแสนสบาย เชื้อเชิญให้เข้าไปเยี่ยมชมอาคารที่ชื่อ Casa Papa แห่งนี้ ซึ่งแปลตรงตัวตามความหมายว่า “บ้านของพ่อ”

Casa Papa
Casa Papa
“ชื่อแปลตรงๆ ค่ะว่า papa’s home คือบ้านพ่อ ซึ่งเป็นคำที่พยายามทำให้รู้สึกว่าเรียบง่าย จำง่าย แล้วก็เป็นเหมือนอนุสรณ์ที่ทำให้เรารู้อยู่เสมอว่าอันนี้เป็นสิ่งที่คุณพ่อให้มา แล้วก็ทำเพื่อเขา สถานที่ของเราก็มีการออกแบบที่ประยุกต์มาจากยุโรป เลยพยายามตั้งชื่อให้มันมีการผสมผสานกันระหว่างยุโรป Casa เป็นคำภาษาอิตาเลียน แปลว่าบ้าน แล้วก็คำว่า Papa เนี่ยเป็นคำที่เราเรียกคุณพ่อค่ะ” กานดา สายทุ้ม อดีตบรรณาธิการนิตยสารผู้ผันตัวเองมาเป็นบิวตี้บล็อกเกอร์ เล่าถึงที่มาที่ไปของสถานที่แห่งนี้ให้ QoQoon ฟัง
สระว่ายน้ำขนาดกะทัดรัดหน้าอาคาร Casa Papa
สระว่ายน้ำขนาดกะทัดรัดหน้าอาคาร Casa Papa
Casa Papa
บันไดปูกระเบื้องโมเสกและราวจับบันไดหินอ่อนหน้าทางขึ้นชั้นบน
เดิมทีนั้นคุณพ่อของกานดาได้ที่ดินผืนนี้มาครอบครองได้หลายปีแล้ว เมื่อแรกตั้งใจจะทำเป็นโรงแรม แต่โครงการยังไม่ทันแล้วเสร็จ คุณพ่อก็ยกให้กานดาและสามี คือคุณหรั่ง สุรศักดิ์ อิทธิฤทธิ์ ช่างภาพแฟชั่นชั้นนำของเมืองไทย มาเป็นผู้สานต่อโครงการนี้ และเนื่องจากทั้งคู่ทำงานด้านโปรดักชั่นและการถ่ายภาพ ไม่ได้ถนัดงานธุรกิจโรงแรม คิดว่าเปลี่ยนมาเป็นพื้นที่สำหรับจัดงานและโปรดักชั่นถ่ายงาน น่าจะมีคอนเน็กชั่นทางธุรกิจมากกว่าการทำโรงแรม คาซ่าปาป้าในช่วงเริ่มแรกจึงรู้จักกันในสถานะที่เป็นสตูดิโอให้เช่าและพื้นที่สำหรับจัดอีเว้นต์ต่างๆมากกว่า แต่ปัจจุบันหากจะถามว่า Casa Papa คืออะไร คำตอบของกานดาคือ “บ้านพักตากอากาศริมน้ำที่มีบรรยากาศอบอุ่น อยากให้แขกทุกคนรู้สึกว่าเป็นสถานที่สวย น่าอยู่ มีความประทับใจ โดยที่บรรยากาศรอบๆตัวอาคารเป็นตัวส่งที่ทำให้บ้านสวยขึ้น เช่น แม่น้ำ สนามหญ้า หรือ แม้แต่แสง ไม่ว่าจะเป็นแสงสว่างตอนกลางวันหรือแสงยามค่ำคืน มันไม่ใช่สตูดิโอ ไม่ใช่แบบฉากในการถ่ายทำเพียงอย่างเดียว” ซึ่งทุกวันนี้ ธุรกิจของคาซ่าปาป้า ให้บริการหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่เป็นทั้งสตูดิโอถ่ายภาพ สถานที่จัดงาน รวมถึงเป็นที่พักให้คนได้มาพักกายพักใจ ด้วยระยะการเดินทางที่ไม่ไกลมากจากกรุงเทพฯ สามารถขับรถมาได้ ห่างจากเซ็นทรัลศาลายา เพียงประมาณ 30-40 นาที
ห้อง Coconut
ห้อง Coconut
ตัวอาคารเป็นโครงเก่าจากที่คุณพ่อทำไว้ ซึ่งลักษณะคล้ายกับโรงแรมขนาดย่อมๆ ในช่วงปี 60s งานของคู่รักสายแฟชั่นที่มาสานต่อจึงเป็นเหมือนการเอาโครงตึกเก่ามารีโนเวตใหม่ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากหลายที่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านที่มิลาน โบสถ์เก่าในยุโรปช่วงศตวรรษ18 บวกกับความโมเดิร์น เรียบ สะอาด ซึ่งได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นความเรียบง่ายที่เต็มไปด้วยรายละเอียดที่มีมิติ ซึ่งงานออกแบบส่วนใหญ่จะมาจากไอเดียของคุณหรั่ง มีกานดาดูเรื่องฟังก์ชั่นของพื้นที่ แล้วบรีฟให้ทางสถาปนิกช่วยพัฒนาต่อ
“กานดาส่งช่วงให้คุณหรั่งคิดต่อแทบทั้งหมด ให้เขาใส่ความเป็นตัวเองที่เคยทำงานสายแฟชั่นในฐานะช่างภาพ เช่น การตัดสี การมิกซ์ กับการแก้ปัญหาของเดิมที่มีอยู่ (จากโครงอาคารที่คุณพ่อทิ้งไว้ให้) กับเซนส์ความชอบของพี่หรั่งแต่ละช่วง ที่ชอบปรับเปลี่ยนแต่ละช่วงไปเรื่อยๆ จะเห็นว่า ถ้ามาคาซ่าปาป้าอีกที อาจจะเห็นอะไรใหม่ๆ ไอเดียใหม่ เพิ่มเติมจากเดิมที่มีอยู่ไปเรื่อยๆ” กานดากล่าว
ห้อง Coconut
ห้อง Coconut
ห้อง Gallery
ห้อง Gallery
ส่วนการตกแต่งภายใน เน้นการผสมผสานของสิ่งตรงข้ามเข้ามาไว้ด้วยกัน เช่น เรียบแต่สนุก ในความแกรนด์ก็มีความป๊อป ไม่ได้มีสูตรสำเร็จว่าเป็นงานออกแบบยุคไหน สัญชาติอะไร แต่ละห้องของที่นี่ล้วนมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป ตั้งชื่อตามสิ่งที่คุณพ่อชอบ เป็นชื่อที่เรียกง่าย จำง่าย และเป็นสากล ไม่ว่าจะเป็น ห้องข้างล่างสุดที่เป็นหลังคาโค้งขาว ก็ให้ชื่อว่า Coconut ได้แรงบันดาลใจมาจากโบสถ์ในศตวรรษที่ 18 ที่หลังคาจะค่อนข้างต่ำ, Gallery เป็นห้องที่แปลตรงตัว ก็คือ แกลเลอรี่แสดงงาน เวลามีงานเลี้ยงเกิดขึ้นส่วนใหญ่ ห้องนี้จะถูกจัดมาเป็นห้องโชว์ภาพโชว์งานต่างๆ ได้ เชื่อมต่อกับห้อง Coconut
ห้อง Espresso
ห้อง Espresso
ห้อง Eastwood
ห้อง Eastwood
ห้อง Espresso หรือห้องโถงใหญ่ชั้นสอง จะมีความแกรนด์และเคร่งขรึมกว่า มีการปูกระเบื้องตัดขอบดำ-ขาว-ทอง มีบันไดวนเชื่อมต่อจากชั้นสองขึ้นไปชั้นสาม, ห้อง Eastwood ที่มีพื้นห้องเป็นหินอ่อนสีเทา มีความ Masculine แต่อ่อนโยนอยู่ในที ตั้งชื่อตามดาราฮอลลีวู้ดที่คุณพ่อชอบคือ Clint Eastwood
ห้อง Red Rose
ห้อง Red Rose
ห้อง Vanilla
ห้อง Vanilla
คุณพ่อชอบดอกกุหลาบก็จะมีห้องชื่อ Red Rose ที่มีพื้นหินอ่อน และโทนสีห้องที่เป็นสีโอลด์โรส อยู่ตรงข้ามกับห้อง Eastwood ซึ่งสองห้องนี้จะมีความหยินหยาง เป็นห้องที่ตกแต่งไว้ล่าสุด ห้องนี้ดู Feminine มีกระดาษแมกกาซีนแปะเต็มพื้นที่ของหน้าต่างกระจกซึ่งสูงประมาณ 5 เมตร, ห้อง Vanilla เป็นห้องนอนดูเพล็กซ์ ที่เชื่อมด้วยบันไดวน พอขึ้นบันไดวนไปจะเจอกับชั้นที่เป็นห้องใต้หลังคา มีฟูกไว้นอนได้ประมาณสามถึงสี่คน เป็นห้องพักที่พักได้หลายคน อาจจะเป็นเพื่อนที่สนิทกันหรือว่าเป็นครอบครัว ห้องนี้เพิ่งถูกตกแต่งเพิ่มใหม่โดย Pomme Chan หรือ คุณปอม–ธัชมาพรรณ จันทร์จำรัสแสง  โดยนำเอาผลงานที่ออกแบบโดยคุณปอมมาตกแต่งเพิ่ม เป็นการเติมเต็มพื้นที่ของห้องให้ดูอบอุ่น น่ารัก ด้วยลวดลายและสีสันสไตล์ Pomme Chan,
ห้อง Brown Sugar
ห้อง Brown Sugar
ห้อง Martini
ห้อง Martini

ห้อง Brown Sugar เป็นห้องที่ท็อปสุด อยู่ชั้นสามและชั้นสี่ เชื่อมต่อด้วยบันไดวน เป็นห้องนอนที่ใหญ่ที่สุดด้วย เป็นห้องที่เห็นวิวได้มากที่สุด เหมือนยกแม่น้ำเข้ามาไว้ในห้อง และสุดท้ายคือ Martini เป็นห้องอเนกประสงค์ มีพื้นที่มากที่สุด โล่งที่สุด เอาไว้สำหรับจัดประชุมก็ได้ เป็นห้องรับแขกก็ได้ อยากให้ห้องบริการแบบไหนก็เติมเฟอร์นิเจอร์เข้ามาเพื่อตอบโจทย์การใช้งาน ห้องแต่ละห้องก็จะมีความรู้สึกเหมือนมาบ้านเพื่อน เป็นกันเอง ไม่ได้หรูหราฟู่ฟ่าจนเกินไป แต่ก็มีความสะดวกและสบายอยู่ในที

อีกห้องคือ Terrace ห้องที่มีระเบียงกว้างริมฝั่งแม่น้ำ ตัวห้องนอนอาจจะเล็กกว่าใครเพื่อน แต่ได้ระเบียงส่วนตัวไปเต็มๆ สามารถนั่งชิลล์ชมวิวหรือปาร์ตี้ส่วนตัวบนระเบียงนี้ได้

ห้อง Terrace
ห้อง Terrace
ระเบียงห้อง Terrace
ระเบียงห้อง Terrace
นอกจากเป็นพื้นที่สำหรับจัดอีเว้นต์ เป็นห้องพักตากอากาศแล้ว บ้านของพ่อแห่งนี้ยังไม่ได้จำกัดอยู่แค่นั้น ในอนาคตเจ้าของยังอยากให้เป็นสถานที่สำหรับรีชาร์จพลังของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นไพรเวทปาร์ตี้ หรือในเรื่องของ Wellness มีส่วนกลางที่เป็นสระว่ายน้ำ สวนหย่อม และสนามหญ้า ถนนรอบสวนสนามหญ้าซึ่งพื้นที่ค่อนข้างกว้างขวาง สามารถที่จะทำกิจกรรมส่วนตัวได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นออกกำลังกาย เล่นโยคะ ปั่นจักรยาน เล่นสเก็ตบอร์ด สำหรับคนที่มาเปิดห้องพักสามารถที่จะให้พนักงานบริการตั้งโต๊ะเพื่อทานดินเนอร์ในบ้านได้ เพียงแต่ต้องสั่งอาหารเข้ามาจากข้างนอกเอง ทางคาซ่าปาป้าก็จะเปิดห้องโถงกลางเพื่อให้นั่งชิลล์เห็นวิวริมน้ำและสวนในบ้าน ส่วนใครสนใจอยากจะนั่งเรือชมวิถีชีวิตชาวบ้านในละแวกริมน้ำ ก็มีเรือที่สามารถขึ้นจากหน้าบ้านคาซ่าปาป้าฝั่งริมน้ำได้เลย ซึ่งการบริการล่องเรือเป็นบริการเสริม มีค่าบริการอยู่ลำละ 1500 บาท นั่งได้ประมาณ 1 ชั่วโมง ไป-กลับ ส่วนใครที่อยากเดินเล่นชิลล์ๆ ก็สามารถเดินข้ามสะพานไปฝั่งตรงข้ามที่เป็นตลาดเก่า มีสินค้าและร้านอาหารเก่าแก่ให้เลือกชมเลือกชิมกันได้ตามอัธยาศัย
https://casapapahomeandspace.com/
Story & Styling: Whisky Markdee
Photos: Tanapol Kaewpring
Share

Located by Nakornchaisri river, Casa Papa is a stunning white building that stands out while fitting seamlessly into its natural surroundings. The Italian term for “A House of Dad” refers to the initiator of the project, Khun Kanda’s father. The structure was initially built in the 1960s with the intention of creating a hotel, but remain incomplete until Khun Kanda and Khun Rang Ittirit was given the property.

Casa Papa started life as a studio and event venue and now it also served as a warm and welcoming holiday home with charming furnishings and decor that make guests feel right at home. The inspiration for this project came from several sources, ranging from a Milanese house to an 18th-century European-style church.

The interior combines contrasting elements, including minimalism with a sense of fun, and elegance with pop-art influences. Each room has its own unique concept and is named after its inspiration. The owner enjoys constantly transforming and updating the interior, so the building always looks fresh and new. With its blending of the past and present, Casa Papa offers guests a unique and delightful holiday experience.